ทีมอันดับ 4 พรีเมียร์ลีก

(||}

สถานการณ์ล่าสุดของสมรภูมิหน้าแข้งพรีเมียร์ลีก ภายหลังจากผ่านไป 25 นัดหมาย
แมนฯ ซิตี้ พรวดพราดขึ้นมาด้อยกว่าหัวหน้าฝูงอีกแล้วครับ โดยตามหลัง "ว่าที่แชมป์" อย่าง เชลซี ที่สะดุดไปเล็กน้อยอยู่ 8 แต้ม กับอีก 13 เกมที่เหลือ – ถามว่ามันมากเกินกว่าจะไล่ตามทันหรือเปล่า? แน่ๆว่า…มากมาย เพราะเหตุว่ากลุ่มที่นำเป็นหัวหน้าฝูงอย่าง "สิงห์บลูส์" แล้วก็ฤดูนี้เป็นกลุ่มที่มาตรฐานสูง แถมแพ้ยาก อย่างงี้ไล่อ่อนเพลียนะครับ
แต่ว่าย้อนกลับไปในฤดู 2011-12 แมนฯ ยูไนเต็ด เคยนำเป็นหัวหน้าฝูงโดยทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ อยู่ถึง 8 แต้ม ในขณะเหลือเพียง 6 นัดหมาย ดูมุมไหนก็ไม่น่ามีปัญหา ท้ายที่สุดพวกพ้องปีศาจแดงดันเบรคแตกแหกโค้งพุ่งตกเหวเมืองนรกดับสยดสยอง…ซะแบบงั้น
มองจากโปรแกรมที่เหลือ สมาชิกของ อันโตนิโอ คอนเต้ ยังมีสิทธิ์เบรคแตกอยู่เช่นเดียวกัน เพราะเหตุว่าพวกเขายังมีเกมที่จำต้องเจอกับ แมนฯ ซิตี้ โดยตรงอีกหนึ่งนัดหมายในบ้านตัวเอง รวมถึงการออกไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วก็ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งถือเป็นงานหนัก ส่วนเกมที่จำต้องออกไปเยือน เวสต์แฮม, บอร์นมัธ, สโต๊ค ซิตี้ แล้วก็เวสต์บรอมฯ ก็บางทีอาจมีโอกาสหลุดเสมอในบางนัดหมาย ก็เลยมีความเป็นไปได้ที่ เชลซี บางทีอาจจะสะดุดอีกสัก 2-3 นัดหมาย เพียงแค่มีข้อแม้ว่ากลุ่มผู้ไล่ล่าจำต้องไม่พลาดเช่นกัน อย่างไรก็ดี
เรื่องแชมป์พรีเมียร์ลีก ผมว่าไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยน ด้วยคุณภาพ ด้วยมาตรฐาน ด้วยความสม่ำเสมอ แล้วก็ด้วยระยะห่างที่ค่อนข้างจะมากมาย แม้กระทั่งเบรคแตก ท้ายที่สุด เชลซี น่าจะประคองพวงดอกไม้เข้าเส้นชัยเป็นขั้นแรกได้เสร็จหรือบางทีอาจควบรีบเร่งเข้าเส้นชัยด้วยความเร็วแรงแบบม้วนเดียวจบ ความเมามายมันของพรีเมียร์ลีกก็เลยอยู่ที่การช่วงชิงกันไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเหลือโควต้าอีก 3 กลุ่ม ซึ่งระยะห่างระหว่างกลุ่มชั้น 2 กับกลุ่มชั้น 6 อยู่ใกล้ๆกันเพียงแค่ 4 แต้มเพียงแค่นั้น มีความหมายว่าชั้นสามารถเปลี่ยนได้ตลอดในเวลาแค่ 1-2 นัดหมาย
สถานการณ์ล่าสุด แมนฯ ซิตี้ ขึ้นมาชั้น 2 ตามด้วย สเปอร์ส, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล แล้วก็แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 5 กลุ่ม แต่ว่ามีโควต้าให้แค่ 3 ตำแหน่งเพียงแค่นั้น มันก็เลยนำมาสู่คำถามที่ว่าใครคือ 3 กลุ่มที่จะสมหวัง แล้วก็ 2 กลุ่มที่ผิดหวัง?
นับตั้งแต่โดน เชลซี ระเบิดถังขี้ เมื่อปลายต.ค.ปีที่แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ทำสถิติไม่แพ้ในพรีเมียร์ลีก 16 นัดติดต่อกัน
สมาชิกของ โชเซ่ มูรินโญ่ แปลงเป็นกลุ่มที่แพ้ยากตามสไตล์ของผู้เป็นกุนซือ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นแต่ว่าแม้ดูลึกลงไปในเนื้อหา คุณจะพบว่าใน 16 เกมที่พวกเขาไม่แพ้เป็นการเสมอถึง 7 นัดหมาย
แมนฯ ยูไนเต็ด ชอบไม่ชนะในเกมที่จำต้องชนะเพียงแค่นั้นก็เลยทิ้งแต้มไปมาก เฉพาะอย่างยิ่งใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่ฤดูนี้ทำได้แค่เสมอคู่ต่อสู้ถึง 6 นัดหมาย นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าเพราะอะไร พวกเขาถึงจมอยู่ในชั้น 6 โดยไม่ยอมขยับไปไหนเป็นเวลากว่า 2 เดือนเข้าให้แล้วเว้นเสียแต่พรีเมียร์ลีก พวกพ้องปีศาจแดงยังจำต้องกรำศึกหนักรอบด้านในบอลถ้วยอีกถึง 3 รายการ ทั้งนัดหมายชิงชนะเลิศ ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ แล้วก็ยูโรปา ลีก ผิดกับ ลิเวอร์พูล ที่ไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแล้วเว้นเสียแต่พรีเมียร์ลีกรายการเดียวแมนฯ ซิตี้ เป็นกลุ่มที่มีขุมกำลังขนาดใหญ่แล้วก็ยาวที่สุด – ข้อบกพร่องคือเกมรับนี่แหละที่ทำให้พวกเขาพุ่งเข้าชนกับหายนะบ่อยๆอาร์เซน่อล จากการทำงานของ อาร์แซน เวนเกอร์ ก็อย่างเดิม คือมักจะเร่าร้อนเป็นระยะๆก่อนหลุดแบบดื้อรั้นๆชนิดที่ไม่มีเหตุผลแล้วก็อยากได้ความเข้าใจใดๆก็ตามทั้งหมด ยกตัวอย่างการแพ้ วัตฟอร์ด แบบติดอยู่บ้าน เมื่อสองอาทิตย์ก่อนนี่แหละกลุ่มสีหนาถปืนโต
ทางด้านของW88สเปอร์ส ยกมาตรฐานตัวเองขึ้นมาตั้งแต่ฤดูที่แล้ว แต่ว่าจนแล้วจนรอดก็ยังก้าวข้ามตัวเองขึ้นมาเป็นกลุ่มที่จะไปถึงเป้าหมายแบบจริงๆจังๆไม่ได้สักที

ส่วน ลิเวอร์พูล ก็พึ่งจะฟื้นตัวกลับมา หลังจากที่เมายากันยุงจนถึงตุปัดตุเป๋ กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้ง พวกเขาก็กระเด็นหลุดจากพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้วจนถึงจำต้องรีบเครื่องจักรสีแดงไล่ล่ากันใหม่
เมื่ออาทิตย์ก่อน เว็บไซด์ "ทอล์คสปอร์ต" ของอังกฤษนำเอาวัสดุอุปกรณ์การทายอนาคตที่เรียกว่า "ซูเปอร์คอมพิวเตอร์" มาประมวลฟอร์มการเล่น ประสิทธิภาพ แล้วก็สถานการณ์ของทั้ง 20 กลุ่มในพรีเมียร์ลีกพลางจัดลำดับในตอนจบของฤดู
ผลการทาย 6 ขั้นแรก ปรากฏออกมาดังต่อไปนี้
1. เชลซี
2. แมนฯ ซิตี้
3. สเปอร์ส
4. อาร์เซน่อล
5. แมนฯ ยูไนเต็ด
6. ลิเวอร์พูล

อืมมมมมม…สังเกตได้ว่า 4 ขั้นแรกราวกับที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้เลยนะครับ สลับกันแค่ชั้น 5 กับ 6 ที่ตอนจบของฤดู "ซูเปอร์คอมพิวเตอร์" คำนวณให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แซงหน้า ลิเวอร์พูล ได้เสร็จ
ถ้าจบอย่างงี้ถือเป็นอีกฤดูที่น่าผิดหวังสำหรับเด็กหงส์ทุกหมู่เหล่า เพราะเหตุว่าเว้นเสียแต่ ลิเวอร์พูล จะไม่ได้แชมป์อะไรแล้วยังไม่ได้ไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกต่างหาก
ที่แสบสันต์กว่าคือชั้นที่ต่ำลงมากยิ่งกว่าคู่อาฆาต-แสนรักอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งนั่นคือการบรรลุเป้าหมายท้ายที่สุดที่หลงเหลืออยู่ในฤดูนี้ อย่างไรก็ดี มันเป็นเพียงคำทำนายจากคอมพิวเตอร์ที่ไม่ค้ำประกันความแน่ชัด
ที่แน่นอนคือในขณะนี้ระยะห่างระหว่างแต้มของกลุ่มชั้น 2 ถึงชั้น 6 ใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง จังหวะที่จะเข้าไปอยู่ในกลุ่มท็อปโฟร์ของ แมนฯ ซิตี้, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล แล้วก็แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เลยมีพอๆกันจนถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนอย่างผมจัดลำดับผิดเลยทีเดียว เรือใบสีฟ้าของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นกลุ่มที่มีสามารถพลานุภาพสูงมากไปกว่าที่จะหลุดจาก 4 ขั้นแรกคลับไก่ก็ค่อนข้างจะเท่าเทียมกันทั้งในเกมรุกแล้วก็เกมรับ ในช่วงเวลาที่ อาร์เซน่อล จะแย่แค่ไหนก็ไม่เคยหลุดจาก 4 ขั้นแรกแล้วไหนจะ ลิเวอร์พูล ที่ได้ดาวเตะสำคัญกลับมาครบแล้วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีความสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างยิ่งยวดครับ เพราะเหตุว่ามันไม่แตกต่างจากขุมสมบัติที่ช่วยทำให้สมาพันธ์โกยรายได้อย่างมหาศาลมากขึ้น รวมถึงเป็นแรงดึงดูดผู้เล่นระดับ "มหาดารา" ให้มาร่วมกลุ่ม
คิดง่ายๆนะครับว่าถ้าฤดูหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด อดไป แชมเปี้ยนส์ ลีก ดาวตามที่ปีศาจแดงอยากได้จนถึงตัวสั่นอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ก็บางทีอาจจำเป็นที่จะต้องคิดมากขึ้นช่องทางของ "ปีศาจแดง" ในการณีที่หลุดจากท็อปโฟร์ คือจำต้องครอบครองแชมป์ ยูโรปา ลีก ให้ได้เพียงสถานเดียว

แม้พวกเขาจะเป็นเต็งหนึ่งในรายการนี้ แต่ว่าก็ไม่มีอะไรแน่ๆหรือค้ำประกันสมมุติว่าถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แล้วโควต้าไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ในพรีเมียร์ลีกจะเป็นอย่างไร?
ตามกฏที่ระบุไว้คือถ้าเกิดเหตุแบบนั้น โควต้าของพรีเมียร์ลีกจะได้ 4 กลุ่มเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่ว่ากลุ่มที่จะโชคไม่ดี อดเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือกลุ่มชั้น 4 ของตาราง มีคนถามว่าแล้วถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ในขณะ เลสเตอร์ ซิตี้ ครอบครองแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปได้เสร็จล่ะ?
ไอ้ที่ถามอย่างงี้ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุว่าคำทำนายของท่านเจ้าคุณธงชัยที่วัดไตรมิตรที่ทายว่า "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" จะครอบครองแชมป์ยุโรปนั่นแหละ (แถมรอดตกชั้นด้วยนะ) แม้เป็นแบบนั้น ยูฟ่า จะเพิ่มโควต้าให้กลุ่มจากพรีเมียร์ลีกเป็นกรณีพิเศษเป็น 5 กลุ่ม เชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ในฐานะแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์ ยูโรปา ลีก บวกกับชั้น 2 แล้วก็ 3 ของตาราง รวมกันเป็น 5 กลุ่ม โดยกลุ่มที่อดไป คือชั้น 4 อย่างเดิมสเปอร์ส เคยพบอะไรอย่างงี้มาแล้วครับ ตอนที่ เชลซี ได้แชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรป เมื่อฤดู 2011-12 กลุ่มชั้น 4 อยากพวกเขาจำเป็นต้องหลบให้ "แชมป์เก่า" ที่หลุดจากท็อปโฟร์

4 วิธียกระดับลิเวอร์พูลจากหลุม

สถานการณ์ของลิเวอร์พูลในช่วงเวลานั้น ถ้าเป็นคนไข้ติดเตียง อาการมีแม้กระนั้นทรงกับทรุด
แพ้ค้างบ้านสองครั้งติดกัน ทั้งที่ก่อนโดนสวอนซีบุกลูบคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงแพรวพราวด์ลี่ พรีเซนต์ ภูมิใจพรีเซนเทชั่นผลงานไม่มีพ่ายในแอนฟิลด์ นานข้ามปี
เรื่องจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความปราชัยที่ยุติเส้นทางไปเวมบลีย์ เพราะว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่เพิ่งแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันไม่ได้"
แม้กระนั้นข้อความสำคัญที่ว่ามันกำเนิดอะไรขึ้นอยู่กับลิเวอร์พูล จากความมีชัยเพียงแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ ตั้งแต่แมื่อออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะโรคหืดจับเหนือทีมต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมรู้สึกว่าทุกคนคงจะพอเพียงมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นคือการระดมความเห็นหาทางออก เพราะว่าในเมื่อสถานการณ์ชั่วร้ายมาถึงจุดนี้ พบร คล็อปป์ ควรถึงเวลาลงมือทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยนแปลง และก็ฉุดทีมให้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้งผมรวบรวมมาเป็นข้อๆเท่าที่พอเพียงนึกได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ และก็กระบวนการให้แตกต่างจากแพทเทิร์นเดิมๆซ้ำๆในระหว่างที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เพราะว่าจนถึงตอนนี้ ผลงานชนะพลีมัธ เพียงแค่ทีมเดียวจาก 7 นัดหมาย และก็จะต้องใช้โอกาสถึง 180 นาที เพื่อคว่ำทีมระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนแน่ชัดว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูพบร คล็อปป์ รู้นานแล้วว่าเขาไม่มีตัวแทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายๆกัน ไม่ถึงขั้นว่าจะต้องเหมือน มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวเกาะติดออกมาจากตำแหน่ง และก็เปิดช่องให้ตัวใส่อย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมาทำการจะสังเกตได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่ปรปักษ์ให้ฉีกให้ขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมเพียงกันคือฟอร์มของลัลลาน่า รวมทั้งไคลน์ พากันหายเข้ากลีบเมฆไปด้วยเมื่อกลางอาทิตย์กับนักบุญ คล็อปป์ยังซุกซนยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ และก็ขยับ โรกางร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แม้กระนั้นตลอด 45 ที่นาตอนแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์แฮมป์ตัน ที่ไม่ได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากตอนต้นฤดู อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วยซ้ำ เพราะว่าการแก้แบบหนึ่งมักนำไปสู่ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมทางขวายังบอดอย่างเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นเจริญระดับหนึ่ง แม้กระนั้นเขาควรแบกความปรารถนาในระดับไหน เป็นอีกกรณี
กระทั่งครึ่งหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูตำหนินโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างโอกาสได้มากยิ่งขึ้น และก็ควรมองเห็นสกอร์อย่างน้อยๆ1-2 ประตู
เป็นอีกครั้งต่อจากนัดหมายแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 และก็เมื่อไม่ได้เรื่องถึงค่อยคิดเปลี่ยนแปลง
กับสวอนซีจะต้องรอให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความกระฉับกระเฉง ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลไม่ได้เริ่มต้นด้วยผล 0-0 ครับ แม้กระนั้นตาม 0-1 จากนัดแรก แล้วเพราะเหตุไรถึงปล่อยให้ตนเองเหลือเวลาแค่ 45 นาทีในที่สุด
2. นอกจากความเคลื่อนไหวในสนามแข่งขันแล้ว สิ่งที่ยากกว่าคือ คล็อปป์บางทีอาจจะต้องปรับกระบวนการทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยพินิจพิจารณาในตอนซัมเมอร์ ว่าจากการศึกษาเล่าเรียนเกมนัดหมายชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีย่า เขามองเห็นนักเตะหงส์แดงเหี่ยวเฉาปลาย รีบไม่ขึ้นในครึ่งหลัง
เหมือนกันกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น โค้ชด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีบอลโลกมาแล้วสามยุค กับฮอลแลนด์, เกาหลีใต้ และก็รัสเซีย รวมทั้งเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นครึ่งพยากรณ์ในส.ค.ว่า สไตล์ทำทีมและก็การฝึกฝนที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะมีผลให้ลิเวอร์พูลลำบากในตอนครึ่งฤดูข้างหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางบุคคลสั่นหน้าไม่เชื่อแม้กระนั้นข้างหลังเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ พูดว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง คือนักเตะดูล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง และก็แพ้บ่อยขึ้นในการฉกชิงบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัดหมาย ที่มองเห็นนักเตะลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ เหมือนในช่วงแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม และก็ถือว่าบีบคั้นทีมเยี่ยมได้พอควร
แม้กระนั้นก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นระยะๆไม่ต่อเนื่อง เหมือนจะบีบได้แล้ว แม้กระนั้นในที่สุดก็คลายออก ความฟิตของนักเตะจะต้องถูกเสนอคำถามว่าคล็อปป์รีดมันออกมาจนกระทั่งหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. จงสารภาพเหอะว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่พอจะต่อกรกับอีก 4-5 ทีมบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีทีม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองคนไหน แม้กระนั้นอย่างที่มองเห็นเมื่อเกมเข้าสู่ตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม และก็คล็อปป์แทบไม่ขยับสลับตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนแปลงช้าเหลือเกิน แทนที่จะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ออกสตาร์ตครึ่งหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์บางทีอาจไม่มั่นใจว่าผู้เล่นสำรองจะปฏิบัติงานได้ดียิ่งกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักเตะใหม่ในตอนเดือนมกราคม บางทีอาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ และก็เขาก็มีส่วนถูกที่ว่ามันไม่ได้หาซื้อกันกล้วยๆเหมือนที่หลายคนคิด ด้วยต้นสายปลายเหตุหลายสิ่งหลายอย่าง
แม้กระนั้นถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมแดนกลาง บางคราวเงื่อนไขบางข้อ ของดีราคาถูกเหลือเกินก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังพอเพียงทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดียิ่งกว่าปล่อยให้ตายไปต่อหน้าต่อตา
4. ทำทุกอย่างอย่างเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันรอที่กำลังจะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยทีมจากการไปทำศึกทำสงครามแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพไม่ได้ประชดครับ และก็ผมคงจะไม่ใช่แฟนหงส์ผู้เดียวที่รอเช็กผลของเซเนกัล ด้วยความบริสุทธิ์ใจต้องการให้ตกรอบแม้กระนั้นเวลารุ่งสางเลยด้วยซ้ำ ความปรารถนาหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง พังฉิบหายตั้งแต่ผ่านสองนัดแรก เพราะว่าเซเนกัลปัดกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำแต้มได้ทั้งคู่เกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆจัดเตรียมเจอกับ "หมอผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ ดูตามหน้าเสื่อ เซเนกัลเหนือชั้นกว่าอยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวข้ามถึงกุมภาพันธ์

18 พ้อยท์ที่ลบไปของ เป็ด

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดผวาก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก ทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกรุ๊ปท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักจำเป็นต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าเพราะเหตุใดถึงเร่งสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะทีมกรุ๊ปข้างล่างของตาราง มันไม่ใช่หนแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แม้กระนั้นมันบ่อยครั้งมากๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงสดุดีถึง ดิว็อค โอริกี้ พลันที่พุ่งขวิดจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงพร่ำบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ เจอร คล็อปป์ อีกครั้ง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมลงเอยด้วยการเสมอ โยนความมีชัยทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูตำหนินโญ่ป่วยตอนพักครึ่ง ผมเลยจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงออก มันเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นตาทรงกลมตอบปัญหา แม้กระนั้นก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดจำเป็นต้อง โฌแอล มาตำหนิป เพราะเหตุใดจำเป็นต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ เพราะเหตุใดไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมเพียงแค่มองว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว เวลาที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) พึ่งหายมาอาจจะยังไม่เหมาะกับเกมจำพวกนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกแบบนั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกเช่นกันมั้ย
1. การที่เปลี่ยนแปลงมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักเตะที่ฝากความมุ่งมาดได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นอย่างไรก็นำพาความเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเมื่อพินิจจากความเหนียวแน่นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
2. แม้สเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะกับ ''เกมอย่างงี้'' ก็ไม่สมควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกสิ่ง เพราะมันราวกับทำข้อสอบแล้วนึกไม่ออกก็วงคาดเดาๆไป
3. ในตอนที่โดน 2-2 ถึงด้านหลังเกมแต่ทว่าเวลาก็ยังพอเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็อย่างน้อย 7 นาที เพราะเหตุใดนะครับ เขาถึงอาจจะนิ่งที่จะปรับปรุงเหตุการณ์ มีสิ่งใดดลใจให้เชื่อว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังประตูที่สามได้
ซีซั่นนี้เว้นแต่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของทีมท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับไปอยู่บ้านที่ดินแดนใต้ด้วยความชอกช้ำมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอตำหนิฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และก็ 6-3 ที่ข้าดิสัน พาร์ค ด้วยเหตุนั้นแล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมอย่างงี้'' การเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ ทำให้เกิดผลกระทบแน่นอนฤดูนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไม่มีสตาร์คนเก่งทีมชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แม้กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ครึ่งหลังลงมาเร่งเครื่องจนกระทั่งบดออกนำไปเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้รักษาสกอร์ไม่ได้ ก็จำเป็นต้องรัวเพิ่ม แต่ทว่าสมาคมสีแดงแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ทำไม่ได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งการสันนิษฐานว่าทีมของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แม้กระนั้นนี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาเพียรพยายามเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอคอยคว้าข้อผิดพลาดเข้าโจมตีดั่งเป็นต้นว่าลูกแรกที่ทำได้ นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรอย่างงี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด เจอร์เมน เดโฟ นาที 84 ถัดมาเสียท่าค้างรังต่อสวอนซี 2-3 ทั้งที่อุตสาห์ฮึดราวกับกลับมาได้แล้วและก็แน่นอนที่เดอะ ค็อปอาจจะจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยือนบอร์นมัธต้นเดือนธันวาคม ปัญหาคือเพราะเหตุใดคุณถึงเก่งจังกับทีมใหญ่ แม้กระนั้นมักป้อแป้กับทีมเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่ปรับกรุ๊ปท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แม้กระนั้นทราบมั้ยนะครับว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 ทีมข้างล่างของตารางลงไปเป็นอย่างไร 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัดหมาย ใช้สมองน้อยๆคำนวณพอๆกับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนถึงเลสเตอร์ สิตี้ แม้พอเจอเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงเพื่อนข้างสวน เอฟเวอร์ตัน แทบจะยกขันหมากเชิญให้รีบมาเจอเลยฟุตบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรเขยื้อนสายตาดูสเปอร์สซึ่งกำลังบีบคั้นเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาโกงความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ตอกย้ำว่าเพราะเหตุใดสองปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ถึงนำพามาตรฐานวนเวียนบนหัวตาราง ต่อเข้าข้างซีซั่นก่อนอาจออกลูกสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมแค่นั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีและก็แมนฯ ยูไนเต็ดใช่นะครับ เป็นเรื่องปกติที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่ทว่าเมื่อถึงแมตช์ที่จำเป็นต้องชนะก็ชนะ แม่ทัพตราไก่ของ เมาริสิโอ โปเช็ตตำหนิโน่ กวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามเจอกรุ๊ป 8 ทีมล่างของตาราง โดยการทำตกหายไปเพียงแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าหากออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางๆก็ได้เมื่อเจอทีมใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพล่านไปใส่กับทีมที่เหลือ มิฉะนั้นก็จำเป็นต้องมานั่งบอกเล่าความทุกข์กัน เพราะทีมเล็กมีเยอะกว่า
รอยต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 จากทั้งผอง 39 ? ซึ่งแม้แต่แมนฯ ซิตี้ที่โดนวิภาควิจารณ์เรื่องความอ่อนฮวบเกมรับ หรือว่าอาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีมากกว่าด้านนี้ นี่ถือเป็นอีกสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ตามมาเจอก็ชอบฝึกซ้อมลูกตั้งเตะมารอทำร้าย เพราะคล็อปป์นิยมให้ผู้ร่วมทีมคุมโซนมากกว่าเกาะติดคน
ก่อนนี้มีการกางเปรียบผลงานของ เบรนดินแดน ร็อดเจอร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็เกือบจะไม่ได้แตกต่างกัน แม้กระนั้นก็มีคนชูหัวข้อว่าสมรรถนะของทีมวัดกันทุกข์ยากลำบาก เพราะสมัยก่อนมีบ่าสองข้างของ หฝ่าส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทุกอย่างของทีม มาถึงยุคนี้แบ่งหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบกระจัดกระจายมากกว่ายังไงก็ตาม ลิเวอร์พูลเป็นสมาคมที่ผูกติดความสำเร็จตลอดมา

พวกเขาอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี่พรีเมียร์ลีก แม้กระนั้นก็ทำได้ใกล้เคียงมา 2-3 คราวตั้งแต่ยุค ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดเจอร์ส ซึ่งถือเป็นทีมที่มีการพรีเซ็นท์ต้นแบบเด่นชัด มีผู้เล่นที่ซึ่งพูดได้ว่าเป็นตัวพระเอกระดับทวีป
คูตำหนินโญ่, ฟีร์มีโน่ และก็มาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แม้กระนั้นเชื่อว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมประทับใจกับทีมที่มี เฟร์นานโด โคนร, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เหมือนกับทีมที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินลำดับที่เจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาปัญหาเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจอย่างงี้นะครับ ''ผมอยากเห็นทีมซื้อ 6 คน เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงใหม่และก็มีตัวสำรองชดเชย ผู้รักษาประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวขอบเส้น และก็กองหน้า''
ความน่าจะเป็นที่จะเห็นผู้ฝึกสอนที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มยกแผง จ่ายหนักๆก็น่าทราบว่ามีมากแค่ไหนกัน ถัดมาหากติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็น่าจะเดาใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็พึงใจต่อทีมที่มีพอสมควร ด้วยเหตุนั้นแล้วช่องทางที่จะซื้อกี่คน ใช้งบประมาณเท่าใดก็อาจจะขึ้นอยู่กับว่าสุดท้ายจบอันดับเท่าใดในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์หมูแฮมป์ตัน, เวสต์หมูแฮม และก็โบโร่
แม้เป็นคอนเต้หรือโปเช็ตตำหนิโน่ก็อาจจะลูบปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่นอนก็ถือเป็นเจ็ดเกมที่จะตัดสินผู้ฝึกสอนอย่างคล็อปป์เหตุว่า ภายหลังได้คุมเต็มตัวผ่านมาหนึ่งฤดูควรให้เกรดที่เท่าใดกัน 18 แต้มที่หายไป… จำเป็นต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาเพียงแค่ครึ่งเดียวจากนั้น เพราะหากทำได้ปัจจุบันนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่ที่สองตามหลังผู้นำฝูงเชลซีเพียง 3 แต้ม

โจเซ่ มูรินโญ่เซงปีศาจแดงสังเวย มิคกี้,คาร์ริค เข้ารอบยุโรป้า 32 ทีม

น้ามู นายใหญ่ฝีปากกล้าของ ปีศาจแดง คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ใช้งานเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการลงแข่งก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า แมนยูบุกไปชนะด้วยแต้ม 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

แฟนปีศาจแดง!เสี่ยหมู หายเจ็บกลับมาลงสนามซ้อมแล้ว

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 มูรินโญ นายใหญ่ของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า ศูนย์หน้าวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ล่าสุด ศูนย์หน้า ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

พบข้อความไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ในงานประท้วง”ทรัมป์”

มีรายงานแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ เจ๊ กุนซือของอาร์เซน่อล ในงานเดินขบวนประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในประเทศอังกฤษ

 

เวนเกอร์ โดนกระแสขับไล่อย่างหนักจากผลงานที่พาปืนใหญ่บุกไปโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มยับมา 1-5 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

แม้เกมล่าสุดพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพไปได้ด้วยการชนะ ซัตตัน ยูไนเต็ด ไป 2-0 แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กองเชียร์ปืนใหญ่แต่อย่างใด

 

โดยในงานประท้วง ทรัมป์ ในประเทศอังกฤษกับพบแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มาด้วยสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น

อีสเซลิค ผิดหวังเกรียนโอ้เหมือนไม่อยากเล่นให้สโมสร

วาเลนติน อีสเซลิค กองกลาง นีซ เผยผิดหวังกับพฤติกรรมของ มาริโอ บาโลเตลลี ที่ดูเหมือนไม่อยากลงเล่นช่วยทีม
บาโลเตลลี ป่วยเป็นหวัด จึงไม่มีชื่ออยู่ในนัด เมื่อคืนนี้ที่เสมอกับแรนส์ 2-2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูเซียง ฟาฟร์ เฮดโค้ช ของ ทีม  เพิ่งดร็อปเขาให้เป็นตัวสำรองในนัดพบกับแซงต์ เอเตียน ล่าสุด เนื่องจากไม่พอใจที่เขาไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับ
ไม่เพียงแค่ เฮดโค้ชของทีมที่มีความเห็นเช่นนี้ อีสเซลิค เพื่อนร่วมทีมของบาโลเตลลี ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา น่าผิดหวังจริงๆ เราสมควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมเช่นนี้"

ต่างดาว ซวย”บิดัล”ปิดฤดูกาลก่อนเพื่อน

อเล็กซ์ บิดัล แบ็คขวาของ เจ้าบุญทีม ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงในเกมบุกคว้าชัย อลาเบส

บิดัล กองหลังชาวสเปน ของ เจ้าบุญทีม ข้อเท้าหักหลังจังหวะประทะกับนักเตะของ อลาเบส

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดช่วงท้ายเกมในนัดบาร์เซโลนาบุกคว้าชัย ด้วยสกอร์ 6-0 ในจังหวะที่กองหลังวัย 27 ปี พุ่งเข้าเสียบบอลปะทะกับ ธีโอ เอร์นานเดซ ส่งผลให้ขั้นข้อเท้าหัก บิดงอ อย่างเห็นได้ชัดเจน

ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่เขาต้องจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากต้องพักรักษาตัวระยะยาวอย่างแน่นอน

วาเลนเซีย เผยรู้สึกดีใจหลังได้รับการขยายสัญญา

อันโตนิโอ วาเลนเซีย แบ็คขวาของ ผีแดง เผยยังมีความสุขมากหลังได้ต่อสัญญากับต้นสโมสร

นักเตะทีมชาติเอกวาดอร์ ได้รับการต่อสัญญาออกไปอีก 1 ปี กับผีแดงโดยเขายอมรับว่าเขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากหลังได้รับคำชมจาก โชเซ่ มูริญโญ่ นายใหญ่คนเก่งของทีม ว่าเป็นหนึ่งในวิงแบ็กที่ดีที่สุดในโลก และวาเลนเซีย  ยังหวังที่จะอยู่กับปีศาจแดงต่อไปให้มากสุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะอีก 5-6 ปีหลังจากนี้

"ผมเพิ่งต่อสัญญาใหม่ ผมรักสโมสรและเมืองนี้มาก ครอบครับผมก็ชอบอยู่ที่นี่ ผมอยากอยู่ที่นี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะ 5 หรือ 6 ปี"

น้องอาซาร์ เชื่อพี่ชายเป็นรองแค่โรนัลโด้และเมสซี่

อาซาร์ ผู้น้องแน่ใจพี่ชายของเขาเป็นรองแค่โรนัลโด้และเมสซีเท่านั้น
ธอร์ก็อง อาซาร์ กองกลางของมึนเช่นกลัดบัค มั่นใจว่าเอเด็น อาซาร์ พี่ชายของเขามีดีพอสำหรับการเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก แต่เป็นรองแค่คริสเตียโน โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี เท่านั้นเอง
เอเด็น อาซาร์ จอมทัพสิงห์ทําผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากลงสนามไปแล้ว 23 เกมในลีก เขาทำไปแล้วถึง 10 โกล กับ 3 แอสซิสต์ จาก 23 เกมในลีก และล่าสุดเขาได้โชว์การฉายเดี่ยวลากจากครึ่งสนามเข้าไปยิงประตูใส่อาร์เซน่อลอย่างสวยงาม